หลักสำคัญในการเลือกใช้ “ทรายแมว” ที่เจ้าของควรรู้ทุกคน

หลักสำคัญในการเลือกใช้ “ทรายแมว” ที่เจ้าของควรรู้ทุกคน วันนี้ผมได้มีโอกาสต้องไปเพ๊ทช็อปเพื่อไปเลือกซื้อทรายแมว ให้กับเจ้าคิตตี้ แมวสุดที่รักของผม ก็เหมือนทุกครั้งครับที่ผมมักจะเลือกทรายยี่ห้อเดิมที่เคยใช้มา แต่วันนี้ที่พิเศษออกไปคือทางร้านได้นำเอาทรายแมวแบบอื่นมาขายด้วยเป็นประเภทที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

มีทั้งขี้เลื่อย คริสตัล รวมถึงกระดาษเก็บอึแมวที่ย่อยสลายได้ในชักโครก มิหนำซ้ำอาเจ๊เจ้าของร้านยังถามผมอีกว่า “หมอๆลื้อรู้ไม๊ว่าไอ้ของพวกนี้มันแตกต่างจากทรายแมวที่มีขายอยู่เดิมตามท้องตลาดอย่างไร” งานเข้าหมอเต็มๆลยครับ เพราะหมอก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาแล้วสิจะทำไงดี

ผมจึงต้องกลับมาหาข้อมูลว่าทรายแมวในตอนนี้มีกี่ประเภท แต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติ ข้อดี ข้อเสียต่างกันอย่างไร เพราะทุกวันนี้มีเจ้าของแมวส่วนใหญ่แทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับหลักในการเลือกใช้ทรายแมวเลย ดังนั้นเนื้อหาวันนี้มีประโยชน์อย่างมากในการตัดสินใจเลือกซื้อทรายให้กับเจ้าเหมียวของคุณ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งได้แมวมาใหม่ๆ และไม่มั่นใจในการเลือกซื้อทรายแมว

ชนิดของทรายแมว

ความจริงแล้วทรายแมวนั้นมีให้เลือกเยอะมากๆและแบ่งได้หลายชนิด แต่ถ้าในบ้านเราอาจจะเจอได้ไม่กี่ชนิด และยังมีให้เลือกค่อนข้างน้อยครับ ส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันจะเป็นทรายแมวทั่วไปมากกว่า ซึ่งใช้งานง่าย มีราคาถูก แต่ไม่สามารถย่อยสลายได้ ช่วงหลังๆนี้เห็นมีทรายแมวชนิดซิลิกาเจลเข้ามาขายบ้างแล้วแต่ยังไม่แพร่หลายเท่าไรนัก ไม่เหมือนต่างประเทศจะมีให้เลือกมากมายโดยจะเน้นไปที่วัสดุที่มาจากธรรมชาติและย่อยสลายได้ ยกตัวอย่างคือ เศษไม้สน เปลือกข้าวโพด ข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์ หญ้า รวมถึงเปลือกวอลนัท นอกจากย่อยสลายได้แล้วยังสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ด้วย

ข้อดีข้อเสียของทรายแต่ละชนิด

1.ทรายแมวชนิดไม่จับเป็นก้อน(Non-clumping conventional litter) ส่วนใหญ่ทรายแมวแบบนี้จะเป็น ที่เราเห็นขายกันตามท้องตลาดทั่วไป (ราคาประมาณ 100-300 บาท) ข้อดีที่เรารู้กันดีอยู่แล้วคือ หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง แต่ข้อเสียคือ ผู้เลี้ยงต้องหมั่นตรวจและตักทรายแมวที่เปื้อนออกทุกวัน มิฉะนั้นจะส่งกลิ่นเหม็นออกมา และยังทำให้น้องแมวบางตัวเกิดอาการแพ้ฝุ่นด้วยเนื่องจากในทรายนี้ส่วนใหญ่ทำจากแมกนีเซียมออกไซด์ ถ้าสูดดมเข้าไปมากๆหรือเผลอกลืนทรายเข้าไปขณะเลียเท้าทำความสะอาดตัวเองอาจเกิดอันตรายต่อแมวได้ ถ้าใช้ทรายชนิดนี้ในระยะยาวอาจทำให้แมวเป็นภูมิแพ้และเป็นโรคไตได้ด้วยครับ

2.ทรายแมวชนิดจับกันเป็นก้อน(Clumping litter) เริ่มมีเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามากขึ้นครับแต่อาจยังหาซื้อได้ยากอยู่ ข้อดีของมันคือ มีประสิทธิภาพในการดูดซับกลิ่นที่ดีกว่า ดักจับของเสียแมวเป็นก้อนทำให้แยกทรายได้ง่ายจึงประหยัดมากกว่าเมื่อเทียบกับทรายชนิดแรก เจ้าของส่วนใหญ่มักชอบเพราะนอกจากทำความสะอาดกระบะทรายได้ง่ายกว่าแล้วทรายแบบนี้ยังป้องกันเชื้อโรคพวกแบคทีเรียและเชื้อราได้ดีกว่าด้วยครับ ส่วนข้อเสียคือมีราคาแพงกว่าและน้ำหนักทรายที่หนัก(แต่ผมมองเรื่องของความคุ้มค่าและเมื่อเทียบการใช้งานในปริมาณที่เท่ากันแล้ว ทรายแบบนี้ถูกกว่าครับ)

3.ทรายแมวชนิดซิลิก้าเจล(Siliga gel litter) มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า คริสตัลลิทเทอร์ (crystal litter)เป็นวัสดุประเภทโซเดียมซิลิเกต มีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก สีขาวขุ่น มีความพรุน ข้อดีคือของทรายชนิดนี้คือ มีคุณสมบัติการดูดซับสูงมากและดักกลิ่นได้นานกว่าชนิดอื่น และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วในระยะเวลา 1 เดือน ทรายแมวทั่วไปรองรับการใช้งานอยู่ที่ 10-15 กก. แต่ถ้าเป็นซิลิก้าเจลจะใช้แค่ 2-3 กก. เท่านั้น และการใช้ก็ไม่ยุ่งยาก เพราะไม่จำเป็นต้องเติมของใหม่ลงไป เพียงแค่ตักมูลแมวออกและคนทรายเบาๆ คอยสังเกตว่าแค่ทรายแมวเริ่มส่งกลิ่นและสีเริ่มเปลี่ยนไปรึยัง หากเริ่มมีกลิ่นหรือสีเริ่มเปลี่ยน แสดงว่าคริสตัลดูดซับฉี่แมวเต็มที่และได้เวลาเปลี่ยนของใหม่ลงไปแทน ข้อเสียมีแค่ราคาแพงกว่าทรายชนิดอื่นและบางครั้งแมวอาจไม่ชอบกลบทรายเนื่องจากวัสดุนี้ค่อนข้างแข็งและคม

4.ทรายแมวชนิดย่อยสลายทางชีวภาพได้(Biodegradable litter) ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ไม่ได้ทำจากวัสดุสังเคราะห์แต่ทำมาจากพืช เช่น เศษไม้สน เยื่อไม้ ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ หญ้าบางชนิด กระดาษเม็ด และเปลือกวอลนัท แต่ที่ผมเห็นมีขายอยู่ในบ้านเรานั่นเหมือนจะมีแค่กระดาษหนังสือพิมพ์ชนิดเม็ดเท่านั้น(อาจมีชนิดอื่นด้วยแต่ผมไม่เคยเห็นเลย) ข้อดีของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้คือสามารถย่อยสลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อแมว เนื่องจากไม่มีองค์ประกอบของทรายและฝุ่นเล็กๆทำให้ลดอาการเป็นโรคภูมิแพ้ ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้มากขึ้น ที่สำคัญคือไม่ทำให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากย่อยสลายได้100% ข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวคือ มีราคาค่อนข้างสูงและหาซื้อได้ยาก แต่เนื่องจากทุกวันนี้ผู้เลี้ยงแมวทั่วโลกเริ่มตื่นตัวในการดูแลสุขภาพแมวและใส่ใจถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งแก่คนรักแมวครับ

สรุปแล้วเราจะควรเลือกใช้ทรายแมว แบบไหนดีล่ะ

ขึ้นอยู่กับเจ้าของทุกท่านแล้วครับว่าจะเลือกใช้ทรายแมวแบบไหน โดยส่วนตัวตอนนี้ผมเลือกใช้ทรายแมวชนิดจับกันเป็นก้อน เนื่องจากการจัดการที่ง่าย และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพแมวมากกว่า และผมคิดว่ามันประหยัดกว่าด้วยนะ ที่สำคัญทุกวันนี้ผมเจอเคสแมวที่เป็นภูมิแพ้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งการใช้ทรายแมวไม่ได้มาตรฐานเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แมวของเรามีปัญหาโรคระบบทางเดินหายใจครับ ผมอยากให้เจ้าของแมวทุกคนเลือกทรายที่มีคุณภาพดีที่สุดให้กับพวกเค้า จงจำไว้ว่า “ทรายแมวที่ดีนอกจากทำให้สุขภาพร่างกายปลอดโรคแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพจิตแมวดีตามไปด้วย ” ขอให้โชคดีในการเจอทรายแมวที่ทำให้ทั้งเจ้าของและน้องแมวมีความสุขไปด้วยกันนะครับ